“จบจากงาน Maya มองต่อไปข้างหน้ากับ แทน โฆษิตพิพัฒน์”
16-1

16-2

16-3

16-4

16-5

16-6

16-7

16-8

@@@ จบจากงาน Maya มองต่อไปข้างหน้ากับ แทน โฆษิตพิพัฒน์ @@@
เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับงานแสดงศิลปะเดี่ยวครั้งแรก “ MAYA ”  ของ แทน โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อวันที่ 3 – 14 ตุลาคม 2562  ที่ล้ง 1919 ซึ่งตลอด 12 วันของการจัดงานนี้ ก็ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ที่สะสมงานศิลปะ และประชาชนทั่วไปที่ชื่นชอบงานศิลปะ เข้ามาชมกันพอสมควรทีเดียว 
ซึ่งหลังจากจบงานแล้ว แอดมินได้มีโอกาสนั่งคุยกับแทนอีกครั้ง เราไปฟังความรู้สึกของแทน ที่แทนคำพูดผ่านตัวหนังสือกันเลยครับ
***จบงานแล้ว ถือว่าพอใจกับผลตอบรับของผู้ที่เข้าชมงานมากน้อยแค่ไหนครับ***
ก็ต้องถือว่าพอใจมากนะครับ เพราะนี่เพิ่งเป็นครั้งแรกเอง ได้รับความสนใจขนาดนี้ ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมมากเลยครับ  และก็มี Feedback ทั้งดีและไม่ดีเข้ามาหาผมเหมือนกัน ที่ดีก็คือ คนที่มาดูงาน จะเข้าใจอารมณ์ของงาน เข้าใจคอนเซ็ปของงานผม ส่วน Feedback ที่ไม่ดี ก็คืออาจจะมีแบบคนที่เดินเข้ามาดูงานเร็วๆแล้วก็รีบออกไป เค้าก็อาจจะเห็นแค่ผิวๆ ยังไม่ได้เข้าใจว่าผมต้องการสื่ออะไร เป็นยังไง เพราะอะไร
***ทราบมาว่า คุณพ่อ ( อ.เฉลิมชัย ) ก็ไม่เคยเห็นผลงานภาพวาดเหล่านี้มาก่อน  ท่านมาเห็นครั้งแรกในงานนี้เหมือนกัน ท่านบอกอะไรแทนบ้างครับ***
ผมว่าคุณพ่อตื่นเต้นนะ แต่ท่านเก็บอาการ  และก็พอตอนหลังกลับบ้านแล้ว ท่านก็บุกห้องผม ( หัวเราะ ) ไปหาผลงานที่เคยวาดอื่นๆมาโชว์เพิ่มด้วย ซึ่งตอนหลังคุยกัน ก็รู้สึกคุณพ่อจะมีชอบอยู่ 2 – 3 รูปนะครับ
***ลองยกตัวอย่างซัก 2 รูปซิ ว่ารูปไหนที่อ.เฉลิมชัยชอบบ้าง และเพราะอะไรครับ***
รูปแรกเลยก็น่าจะเป็นรูปพระเอกของงานนี้ครับ คุณพ่อชอบเพราะองค์ประกอบภาพมันดี แล้วมันออกมาสมบูรณ์ และก็เป็นรูปที่เป็นแรงบันดาลใจให้แทนวาดรูปอื่นๆต่อไปด้วย อีกภาพนึงก็เป็นรูปคุณแม่ครับ ซึ่งจริงๆผมตั้งใจวาดให้แม่ ตอนงานวันแม่เมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้ว แต่แม่ไม่ชอบ ( หัวเราะ ) แม่อาจจะมองว่ามันไม่ค่อยเหมือนก็ได้ แต่จริงๆแทนมองว่ามันก็เหมือนนะครับ แต่มันเหมือนแบบในมุมที่คนอื่นไม่ค่อยเห็น อาจจะอ้วนไป แก่ไปในความรู้สึกแม่ คุณพ่อเคยบอกว่า ถ้าจะวาดรูปคน มันมีหลักการวาดรูปเรียกว่าหลัก 20%  คือคนที่เป็นแบบ อยากเห็นรูปของตัวเอง ว่ามันจะต้องสวยกว่า หล่อกว่าตัวจริงอย่างน้อย 20%  แต่ตอนนั้นที่แทนวาด แทนไม่ได้คำนึงเรื่องนี้เลย ไม่สนฝีมือไง แทนเน้นเรื่องความรู้สึกอย่างเดียว มันคืออารมณ์จริงน่ะครับ แต่พ่อชอบนะ อาจจะเพราะพ่อเข้าใจในสิ่งที่แทนต้องการสื่อ
***ถ้าเทียบฝีมือแทนตอนนี้ กับเมื่อก่อน ถือว่าพัฒนาไปในระดับที่แทนพอใจหรือยัง***
โห ต้องบอกว่าต่างกันมากเลยครับ งานผมเมื่อก่อน ให้พูดจริงๆนะ ยังไม่อยากกลับไปมองเลย อ๋อ แต่มีอยู่รูปนึงครับ ที่ถือว่าพอใจมาก และอยากกลับไปเห็นของจริงอีกครั้ง ก็คือรูปม้าที่เคยจัดที่อาร์เดล ( หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล / เป็นงานแสดงศิลปะครั้งแรกของแทน แต่จัดร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ ) แต่รูปนี้ถ้าให้กลับไปวาดอีก ก็คงวาดได้ไม่เหมือนเดิมแล้วนะครับ สไตล์การวาด สโตรก อารมณ์ต่างๆมันจะต่างไปเลย ทั้งๆที่มันเพิ่งผ่านมาแค่ 3 ปีเท่านั้น แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันสวยมากๆเลยครับ มันเป็นงานที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองในสมัยนั้นมาก
***หลังจบงานนี้แล้ว เรียกว่ามองเห็นแนวทางในการวาดภาพของตัวเองชัดเจนขึ้นไหมครับ***
เมื่อก่อนเหมือนแทนเดินอยู่ในที่มืดเลยครับ ทำอะไรก็สะเปะ สะปะ ผสมผสาน ไปหมด มีทั้งงานที่เป็นแบบ Woodcut ( แม่พิมพ์แกะไม้ ) เป็นอะไรก็ไม่รู้ มั่วไปหมด ยังไม่รู้แนวทางของตัวเองเลย ไม่ชอบซักอย่าง แต่ตอนนี้ก็มองเห็นแนวทางการทำงานศิลปะของตัวเองชัดเจนขึ้นมากครับ
***มีคนบอกว่างานแทนที่แสดงครั้งนี้ แต่ละรูปส่วนใหญ่ทำไมดูเหงาจัง หรือจริงๆแทนเป็นคนเหงา***
เหงาครับ เหงาจริงครับ เหงามากด้วย ( ตอบเร็ว ) ไม่ว่าแทนจะมีเพื่อนยังไง แทนก็ยังเหงาครับ เพราะแทนเป็นคนใช้เวลากับตัวเองเยอะ แทนว่ามันอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ศิลปินต้องทำด้วยนะครับ ต้องเข้าใจตัวเอง ต้องอยู่กับตัวเองเยอะๆ ก็ตามธรรมชาติแทนก็คงจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ แทนก็เป็นคนเหงามาตั้งแต่เด็ก มันเลยสื่อออกมาที่ผลงานของเรา แต่จริงๆงานนี้มีรูปนึงนะครับที่แทนว่ามันสดใสที่สุด
***คือรูปไหนครับ***
ก็คือรูปที่แทนวาดพ่อแทนนั่นเอง จะเห็นว่ารูปอื่นๆสีจะออกโทนครื้มๆ แม้แต่ท้องฟ้า สีก็จะหม่นๆมืดมัวไปหมดเลย ยกเว้นรูปพ่อแทนรูปนี้แหละครับ ที่ท้องฟ้าจะเป็นสีฟ้าดูสดใสจริงๆ นั่นเป็นเพราะแทนวาดพ่อแทน
***แล้วตอนนี้วางแผนงานถึง การงานแสดงศิลปะครั้งต่อไปหรือยังครับ***
ผมทำงานเป็น Step Step ครับ จะไม่มองอะไรที่มันไกลมากเกินไป เน้นมองตามความเป็นจริงมากกว่า แต่ที่แน่ๆคืองานหน้าต้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่างานนี้แน่นอน  และก็คงเป็นรูปแบบงานศิลปะที่ผสมผสานเหมือนเดิม ซึ่งเผอิญแทนมีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเป็นช่างภาพมืออาชีพ พี่เค้าถ่ายรูปเก่งมาก เป็นศิลปินมาก และเค้าก็ชอบปืนมาก แทนก็ชอบปืนมากเหมือนกัน งานศิลปะครั้งต่อไป ก็น่าจะมีอะไรที่เกี่ยวกับปืนบ้าง ก็ได้ทาบทามกันคร่าวๆแล้วครับ
***สถานที่จัด ที่มองๆไว้อยากเป็นแบบไหนครับ แบบที่ล้ง หรือในห้างสรรพสินค้า***
แทนเป็นคนไม่ชอบจัดงานศิลปะในห้างสรรพสินค้า แม้ว่าจริงๆแล้วถ้าจัดในห้างเนี่ย จะดีมากในเรื่องของผู้เข้าชมงานที่น่าจะเยอะแน่นอน แต่ผลเสียคือ เราไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าจริงๆแล้วจำนวนผู้ที่สนใจงานศิลปะของเราจริงๆ มีมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างจัดที่ล้งเนี่ย คนที่มาดู ก็คือคนที่ต้องตั้งใจมาดูงานของเราจริงๆครับ
และนั่นคือความในใจของ แทน โฆษิตพิพัฒน์ ลูกชายเพียงคนเดียวของ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ที่เราสามารถใช้คำว่า “ ศิลปิน ” กับเค้าได้เต็มปากแล้วครับ  
เพราะแทนบอกเราว่า อีก 40 – 50 ข้างหน้า แทนก็คงยังเป็นศิลปิน วาดรูปต่อไปยาวๆตลอดชีวิตแน่นอนครับ และถ้ามีความคืบหน้าเรื่องงานแสดงศิลปะครั้งต่อไปของแทนอีก แอดจะรีบนำมาเสนออีกแน่นอนครับ
#Art #Painting
#TanKositpipat 
#MayaArtExhibition
#TankoMaya
#The_Arts_Club_Bangkok