“ดีเจพล่ากุ้ง นอกจากฝีปากจะจัดจ้านแล้ว ฝีมือทางด้านศิลปะของพล่ากุ้ง ก็จัดจ้านจนคุณต้องไม่เชื่อ”
18-1

18-2

18-3

18-4

18-5

18-6

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจจะมีข่าวคราวมากมายของผู้ชายคนนี้ “ วรชาติ ธรรมวิจินต์ ” หรือ “ ดีเจพล่ากุ้ง ” ดีเจ วีเจ พิธีกร นักร้อง และนักแสดงชาวไทย ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีฝีปากจัดจ้านคนหนึ่งของวงการบันเทิงไทย แต่ทราบมั๊ยครับว่า นอกจากฝีปากจะจัดจ้านแล้ว ฝีมือทางด้านศิลปะของพล่ากุ้ง ก็จัดจ้านจนคุณต้องไม่เชื่อ และวันนี้ครับ แอดมินจะพาคุณไปรู้จักอีกมุมหนึ่งของผู้ชายคนนี้ มุมที่แสดงตัวตนซึ่งคุณอาจคาดไม่ถึงกันครับ
**ตอนเด็กๆเรียนเก่งมั๊ยครับ**
ไม่เก่งเลยครับ เข้าขั้นแย่เลยด้วยซ้ำ ตอนอนุบาลถึงประถม ผมเรียนที่โรงเรียนศรีจิตรา แถวพหลโยธิน และมาต่อม.1 ที่โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ซึ่งตอนช่วงม.ต้นเนี่ย ผมชอบเล่นดนตรี ก็เป็นนักดนตรีวงโยธวาทิตของโรงเรียนด้วย ( เป่าทรัมเป็ด ) แล้วพอจะต่อม.4 ที่โรงเรียนเดิมก็ต่อไม่ได้เพราะอย่างที่บอกคือผมเรียนไม่เก่ง เกรดไม่ถึง ( ได้ประมาณ 2.1 ) ก็เลยใช้ความสามารถทางดนตรี เข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ครับ และพอม.4 ก็เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนด้วย เล่นจนได้แชมป์กีฬาสาธิตสัมพันธ์ตอน ม.6 เลยนะครับ
**แล้วไปๆมาๆ ทำไมถึงชอบเรื่องศิลปะได้**
จริงๆอยากเข้าเรียนนิเทศศาสตร์นะครับ แต่ผมไม่ชอบวิชาเลขเลย ตอนจะเอนทรานส์เลยมองหาว่าคณะอะไรที่ไม่ต้องมีเลข ก็เผอิญพี่สาวกำลังเรียนที่ศิลปากร ก็เลยแนะนำว่าให้ลองเข้าที่นี่ดู ผมก็เลยเลือกที่นี่ครับ แต่เพราะว่าเรามาจากสายสามัญ ทักษะทางการวาดภาพเราเลยสู้เด็กที่มาจากสายช่างจริงๆไม่ได้ เอ็นทรานส์ครั้งแรกก็ไม่ติดครับ ก็เลยไปเข้าช่างศิลป์ เรียนอยู่ครึ่งเทอมก็รู้สึกไม่ชอบ เลยไม่ได้เรียนต่อ  เผอิญแม่มีทาวเฮ้าส์ว่างๆอยู่หลังหนึ่งแถวปทุมธานี ก็เลยขอแม่ไปอยู่เพื่อติวเข้าศิลปากรโดยเฉพาะ แม่ก็ไม่ว่าอะไร
**ไปอยู่ทาวเฮ้าส์ เพื่อติวเข้าศิลปากรคนเดียวเนี่ยเหรอครับ ไม่เบื่อแย่เลยเหรอ**
ใครบอกว่าผมไปอยู่คนเดียวครับ 555 การจะเข้า ม.ศิลปากรได้ สำคัญสุดคือเรื่องฝีมือการวาดภาพ ซึ่งถ้าเราจ้างคนว่ายืนเป็นแบบ จะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ชั่วโมงนึงหลายร้อยบาทเลยนะครับ ผมก็เลยมองว่า ต้องหาคนร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับเรา ก็เลยเขียนประกาศรับสมัครเพื่อนร่วมติว มีที่พักให้ฟรี แล้วเอาไปติดที่คณะจิตรกรรม ม.ศิลปากร ก็ปรากฏว่ามีคนโทรมาทั้งหมด 3 คน ผมก็โทรคุยทุกคนเรียบร้อยแล้ว จำได้เลยว่านัดเจอกันที่สวนจตุจักร
**แล้วแต่ละคน ไม่รู้จักกันเลย ไม่กลัวเป็นมิจฉาชีพ หรือเป็นคนไม่ดีแฝงตัวมาเหรอครับ**
เอาจริงๆก็กลัวนะครับ หรืออาจจะเรียกได้ว่าต่างคนต่างกลัวกันก็ได้ เพราะสภาพเราเองสมัยนั้นก็ดูน่ากลัวใช่ย่อย 555 แต่ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าเพื่อนทั้ง 3 คนของผมที่เจอกันวันนั้น แต่ละคนโดนซิ่วมาจากที่อื่นเหมือนกันทุกคน คนนึงซิ่วมาจากเพาะช่าง คนนึงมาจากช่างศิลป์ อีกคนมาจากม.รามคำแหง พอเจอกันแล้วก็ไปที่ทาวเฮ้าส์แม่ผมกันเลย และเริ่มเตรียมตัวกันตั้งแต่วันแรกเลยครับ
**การเตรียมตัวจริงจังขนาดไหน และแต่ละวันทำอะไรกันบ้างครับ**
ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ทุกคนจริงจังและตั้งใจกันมาก พวกเราตกลงกันว่าจะผลัดกันมายืนเป็นแบบคนละชั่วโมง ผลัดกันไปเรื่อยๆตั้งแต่ 10 โมงเช้า – 5 โมงเย็น ทำอย่างนี้กันทุกวันเป็นเวลา 6 เดือนเต็มๆ ไม่ออกไปไหน ไม่เดินห้าง ไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นเลย เพราะทั้งบ้านมีแค่แมว 1 ตัวและกีต้าร์ 1 ตัวเท่านั้นครับ เรียกได้ว่าวันๆขลุกกันอยู่แต่ในบ้าน และถ้าใครมายืนมองหน้าบ้าน แต่ละวันก็จะเห็นไอ้พวกนี้ยืนนิ่งๆถอดเสื้อกัน เพื่อนบ้านก็คงนึกว่าเราติดยากันน่ะครับ เพราะแต่ละคนตอนนั้นก็ผมยาว ผอมๆแห้งๆกันทุกคน ซึ่งหลังจาก 5 โมงเย็นแล้ว ใครจะไปทำอะไรต่อก็ตามสะดวกกัน แต่สำหรับผม 2 ทุ่ม – 4 ทุ่ม ผมฝึกวาด Composition ต่อ ( องค์ประกอบภาพ ) และ 5 ทุ่ม - ตี 2 ก็อ่านหนังสือเตียมสอบ เรียกว่าตั้งใจมากๆเลยครับ
**การที่พวกเราทั้ง 4 คน ทำแบบนี้กัน 6 เดือนเต็ม คิดว่าคุ้มค่ากับความตั้งใจ และความทุ่มเทมั๊ย**
ต้องบอกว่าคุ้มค่ามากๆครับ เพราะพื้นฐานแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่พวกเราคุยกันว่าเราจะไม่กั๊กกัน เราะต้องช่วยกันติว เช่นคนที่มาจากเพาะช่างจะดรออิ้งเก่ง คนที่มาจากช่างศิลป์ก็จะได้เรื่อง Composition ม.ราม ก็เก่งเรื่องทฤษฎี ทุกคนช่วยกันหมดครับ ซึ่งพี่เชื่อมี๊ยว่า ตอนประกาสผลเอ็นทรานซ์มา ในยุคนั้นยังเป็นแบบส่งจดหมายมาที่บ้าน พวกเราทุกคนก็มานั่งลุ้นกัน เปิดจดหมายไล่กันทีละคนเลย จากคนสมัคร 6,000 กว่าคน รับแค่ 50 ก็ปรากฏว่า 4 คนจากทาวเฮ้าส์หลังนี้เอ็นท์ติดกันทุกคนเลยคับ
**นี่พี่ฟังพล่ากุ้งเล่าอยู่นี่ กำลังลุ้นตามไปเลยนะ ว่าจะติดกันทุกคนหรือเปล่า ตอนนั้นดีใจกันน่าดูเลยสิ**
โห ผมเปิดซองจดหมายเป็นคนสุดท้ายพี่ ช่างศิลป์เปิดคนแรกเอ็นติด , เพาะช่างคนที่ 2 เอ็นติด แม่ผมมาลุ้นกับผมด้วย พอผมเปิดซองแล้วรู้ว่าเอ็นท์ติด พวกเราดีใจกันมากเลยครับ ( ส่วนม.ราม ตอนนั้นกลับบ้าน แต่โทรมาบอกว่าเอ็นท์ติดเช่นกัน ) แล้วพอวันที่สอบสัมภาษณ์ อ.อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ท่านเป็นคนสัมภาษณ์ อ.ก็ถามมาว่าอยากรู้มั๊ย ว่าเธอได้คะแนนเท่าไหร่ เราก็อยากรู้สิ อ.ก็บอกว่า Drawing เธอได้ 85 เต็ม 100 ส่วน องค์ประกอบศิลป์ เธอได้ 100 เต็มนะ สอบเข้ามานี่เธอได้เป็นอันดับ 3 นะ ตอนนั้นเราก็ดีใจมากเลยครับ
**แล้วพอได้มาเรียนศิลปะแบบจริงๆแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง**
ต้องถือว่าสนุกมากครับ แต่มีเรื่องตลกเกี่ยวกับการเรียนเรื่องนึง ก็คือตอนปี 1 เนี่ย จะมีวิชานึงที่เรียกว่า English For Art เป็นการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งภาษาอังกฤษจริงๆเราก็ไม่ชอบเหมือนกันนี่แหละ แต่เรามาจากสายสามัญ ก็ยังมีภาษีที่ดีกว่าเพื่อนที่ๆส่วนใหญ่มาจากสายช่างกันทั้งนั้น เชื่อมั๊ยครับว่าในวิชานี้ สอนภาษาอังกฤษแบบ One แปลว่า หนึ่ง แบบนี้เลยนะครับ เรานั่งเรียนอยู่ก็ตกใจ เฮ้ย สอนกันตั้งแต่เบสิคแบบนี้เลยเหรอ 555
**แล้วสุดท้ายพอจบออกมาเป็นอย่างไรบ้าง**
ผมจบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.25 ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 นะครับ แล้วในช่วงนั้น ก็มีส่งภาพเข้าร่วมประกวด และได้รางวัลจากหลายสถาบันเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นของโตชิบ้า ของโนเกีย รวมถึงเคยได้รางวัลเหรียญเงิน ศิลปกรรมรุ่นเยาว์แห่งชาติ รวมถึงรางวัลที่เจ้าตัวภาคภูมิใจที่สุดก็คือ การได้เป็น 1 ใน 5 ศิลปกรรมยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย  ซึ่งก็จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งต่อที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งท้ายสุดแล้ว พล่ากุ้งสามารถคว้ารางวัล Outstanding ( ประมาณรางวัลชมเชย แต่เป็นของระดับเอเชีย ) เลยทีเดียว
**โอ้โห เห็นดีกรีอย่างนี้แล้ว ถ้าทุกวันนี้ไม่ได้วาดรูปต่อ ก็เสียดายฝีมือแย่เลยนะครับ**
จริงๆก็ต้องบอกว่าแทบจะทิ้งการวาดภาพไปเลยครับ อาจจะมีบ้างเวลาไปร่วมงานการกุศลต่างๆ เนื่องจากว่าหลังจากที่เรียนจบออกมา ผมกับเพื่อนที่ติวกันมาจากเพาะช่าง ก็ไปสมัครงานสายวงการโทรทัศน์กัน โดยไปเริ่มงานที่บริษัท ลักษณ์ 666 จำกัด ของพี่วิลลี่ พี่หอย พี่เปิ้ล นั่นแหละครับ ผมไปเป็นครีเอทีฟรายการสาระแน ส่วนเพื่อนก็ไปเป็นผ่ายอาร์ทที่นั่นครับ หลังจากนั้น เส้นทางของผมก็มุ่งมาวงการบันเทิงเต็มตัวอย่างที่เห็นกันนี่แหละครับ
**แล้วเพื่อนๆที่ร่วมติวกันมาทั้ง 3 คน ตอนนนี้ยังติดต่อกันอยู่ไหมครับ**
ก็ยังติดต่อกันอยู่นะครับ แต่ผมจะสนิทสุด ก็เพื่อนที่มาจากเพาะช่างนี่แหละรับ ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าเค้ารวยไปแล้วครับ เปิดบริษัทรับออกแบบฉาก ทำฉากรายการโทรทัศน์ ผมว่าฉากรายการของแทบทุกบริษัทในปัจจุบัน น่าจะเคยใช้บริการของบริษัทเพื่อนผมคนนี้ครับ ส่วนเพื่อนที่มาจากช่างศิลป์ ตอนนี้ก็เป็นเจ้าของฟาร์มแคนตาลูป และคนที่มาจากม.รามคำแหง ปัจจุบันก็ทำงานเบื้องหลังเช่นกันโดยทำงานทางด้าน Graphic Design ครับ
และนี่คืออีกมุมหนึ่ง ของดีเจ วีเจ พิธีกร นักร้อง และนักแสดงชาวไทย ที่ทุกคนอาจจะยังไม่ทราบถึงความสามารถทางด้านศิลปะที่เป็นพรแสวงที่เค้าทำมันได้ดีมากทีเดียว ทั้งนี้แอดก็หวังว่า จะมีโอกาสได้เห็นพล่ากุ้ง กลับมาวาดภาพ โชว์ฝีแปรงให้พวกเราได้ชมกันอีกในไม่ช้านี้นะครับ
#DJพล่ากุ้ง #เอ็นทรานส์ 
#มหาวิทยาลัยศิลปากร
#TheArtsClubBangkok