““ 100 ปี จะมีคนแบบนี้ซักคนหนึ่ง ” นี่คือคำพูดที่ฟังดูอาจจะเกินเลยและดูเหลือเชื่อ สำหรับคนที่ไม่รู้จักอ.ถวัลย์ ดัชนี”
31-1

31-2

31-3

31-4

31-5

31-6

31-7

31-8

31-9

“ 100 ปี จะมีคนแบบนี้ซักคนหนึ่ง ” นี่คือคำพูดที่ฟังดูอาจจะเกินเลยและดูเหลือเชื่อ สำหรับคนที่ไม่รู้จักอ.ถวัลย์ ดัชนี  แต่สำหรับคนที่เคยพบ เคยพูดคุย หรือคนใกล้ชิด จะรู้เลยว่า นี่คือคำพูดที่เป็นจริงที่สุด สำหรับช่างวาดรูปธรรมดาคนหนึ่ง ( อ.ถวัลย์ บอกตัวเองอย่างนั้น ) ที่เคยสอบชิงทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านสาขาจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์ ผังเมือง และในระดับปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญา และสุนทรียศาสตร์ ที่ราชวิทยาลัยศิลปะอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์  

...และครั้งหนึ่งในชีวิต ช่างวาดรูปธรรมดาคนนี้ เคยมีโอกาสได้ไปวาดรูปที่ ปราสาทกอททอฟ (Gottorf Castle) โดยเจ้าชายเจ้าของปราสาท ได้ให้ค่าตอบแทนแก่เค้า โดยเป็นเช็คที่มีแต่ลายเซ็น ( ให้อ.ถวัลย์ไปกรอกตัวเลขเอง ) อยากรู้มั๊ยครับ ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นอย่างไร อย่ารอช้า อ่านกันเลยครับ… 

…ผมรู้จักเจ้าชายเยอรมันคนหนึ่ง ตอนเช่าห้องแถวอยู่ที่ตึก บี.อาร์.ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ วันหนึ่งกำลังเขียนตู้พระธรรมอยู่ เขาก็มาเคาะประตู พอเปิดออกไปเห็นเป็นฝรั่งก็ถาม เป็นใคร มาทำไม เขาก็ถาม เอ็งถวัลย์ใช่ไหม ข้ามาจากเยอรมัน เห็นรูปเอ็งที่บ้านอาจารย์คึกฤทธิ์ เป็นตู้พระธรรมของผมที่นั่น  อาจารย์คึกฤทธิ์ก็บอกเป็นไอ้คนหนึ่งมันเขียน …

“ วันดีคืนดี เขาไปพัทยา ซื้อสับปะรดกิน บังเอิญถุงสับปะรดเป็นกระดาษหนังสือลิฟวิ่ง มีรูปผมกับอ.คึกฤทธิ์กำลังดูตู้พระธรรมด้วยกัน ก็ให้คนขับรถจากพัทยามาหาผม เขาไปที่ “ หอศิลป์พีระศรี ” ทางนั้นบอก อ๋อ มันอยู่ที่นี่ เลยตามมาจนเจอ “
…เขาบอกชอบรูปที่ผมเขียนให้อ.คึกฤทธิ์ ผมก็ว่า ถ้าว่างจะไปหาแล้วกัน พรุ่งนี้จะไปสวิตอยู่แล้ว แล้วผมก็ไปสวิต ไปอยู่ 3 เดือนเพื่อให้สัมภาษณ์ พอว่างก็โทรศัพท์ไปหาผู้ชายคนนี้ โดยตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะได้มาแต่ชื่อ พอโทรศัพท์ไป คนรับสายบอกที่นี่เขตพระราชฐานชั้นใน โอ้โฮ ผมคิด…

…คนรับสายบอก ต้องโทรไปเบอร์นี้ ก็ไทรไป ถูกถามว่าคุณเป็นใคร บอกเป็นไอ้คนที่มาจากเมืองไทย ตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ บอกเขาอยู่สวิต ให้ไปรอที่สนามบินนะ เดี๋ยวจะไปรับ ผมก็ไปรอที่สนามบิน สักกะเดี๋ยว เขาส่งหงส์ยนต์ ( เครื่องบิน ) มารับ คนขับเห็นผมเงอะงะ เพราะคงเห็นผมใส่ชุดดำ แต่เขาคงบอกไว้แล้วว่า ไอ้คนนั้นคือผม แต่งชุดดำเสมอ…

….จากสนามบิน พอลงจากเครื่อง ก็ลงกลางป่าเลย ผมถามเขาถึงแล้วรึ คนขับบอกถึงแล้ว ทั้งหมดที่นี่คือบ้านของนายเขา ผมก็เดินเงอะงะไป แล้วทันใดนั้น เหมือนโลกนี้หลับไปสัก 400 ปี ปราสาทตระหง่าน ผมตกตะลึง อยู่กลางป่าที่มีปราสาท อย่างนี้ เขาออกมาต้อนรับ บอกเป็นเจ้าของสถานที่ พาผมไปดูห้องต่างๆในปราสาท แต่ดูได้แค่ 8 ห้อง อีกเป็น 100 ดูไม่ไหว…

… ในที่สุด เขาก็เข้าประเด็นว่า อยากให้เขียนรูป วิธีเดียวกับที่เห็นบ้านอาจารย์คึกฤทธิ์ได้ไหม พอกลับเมืองไทย มาคิด ใช้เวลาสเก็ตช์ 4 เดือน แล้วบอกเขา  เขาก็ส่งเงินผ่านแบงก์เป็นค่าเดินทาง ค่าซื้อสมบัติบ้าๆต่างๆมาให้ พอไปถึงปราสาท ผมก็สั่ง ผมไม่ต้องการให้มนุษย์ สัตว์ สิ่งของ ผ่านเข้ามาในห้องที่ผมทำงานอยู่ ผมไม่ต้องการพบใครเลย หมายความว่าไม่ต้องมายุ่ง ทำเสร็จแล้วจะไปบอก…
… เขาก็กลับไปอยู่ปราสาทของเขาอีกหลังหนึ่ง ห่างไปจากที่นั่น 25 กิโลเมตร ผมก็อยู่ที่ปราสาทเดิมคนเดียว ไม่เห็นมนุษย์มนาเลย ไม่ติดต่อกับใคร จะมีเห็นบ้างก็เห็นแต่กวาง หมูป่าลงมาที่ทุ่งหญ้า อยู่อย่างนั้น 3 เดือนแรก ก็รู้สึกอยากเห็นคนเหมือนกัน แต่พอ 3 เดือนผ่านไป รู้สึกวิเวก ทำให้ใจเราสงบ  ผมใช้เวลาทำงานอยู่ 6 เดือน เขียน 1 ห้อง แล้วนอนอยู่ในห้องนั้นเลย…

….เมื่อเสร็จทุกอย่างแล้ว ผมก็บอกจะกลับแล้วนะ เขาบอกเขาชื่นชมมาก แต่เขาไม่รู้หรอกว่า ผมควรจะได้ค่าตัวเท่าไหร่ เพราะไม่ได้พูดกัน เขาว่า “ เอาอย่างนี้แล้วกัน เขียนเอาเองตามที่เห็นสมควร ผมก็กรอกตัวเลขลงไปในเช็คที่เขาเซ็นให้ไว้ เท่าที่พอคิดว่าตามสมควร เพราะทำมา 6 เดือนแล้วก็กลับเมืองไทย…

…อีก 2 ปีต่อมา เขามีจดหมายมาว่า เขียนอีกห้องได้ไหม แต่ครั้งนี้ให้เขาเป็นคนกำหนดเงินเถิด เพราะว่าที่ผมเอาไปนั้น มันแทบไม่ได้เอาอะไรเลย ครั้งนี้ขอให้เขากรอกจำนวนเงินให้  ตั้งแต่นั้น เราก็เป็นเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นแม่ยกให้ผม ไม่ว่าผมอยากจะได้อะไร ถ้าเป็นสิ่งที่จับต้องได้ด้วยมือ ทั้งเงินทอง เขาก็ให้หมด…

ขอขอบคุณหนังสือ : มนุษย์ต่างดาว อ.ถวัลย์ ดัชนี โดย ไมตรี ลิมปิชาติ
*** อ.ถวัลย์ ดัชนี  ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ( จิตกรรม ) เมื่อปี 2544 ***
*** ชายผู้นี้ เป็นเจ้าชายแห่งแคว้นปรัชเชีย ประเทศเยอรมัน ชื่อของเค้าคือ เจ้าชาย Hermann Graf Hatzfeldt / เฮอร์มัน กราฟ ฟัน ฮาร์ดเฟลด์ ( ในภาพถ่ายภาพสุดท้าย คนแรกจากด้านซ้ายคือ เจ้าชาย เฮอร์มัน ) ***
*** ปัจจุบันปราสาทกอททอฟ ไม่ได้เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นของประเทศเยอรมัน จะทำให้มีหยดน้ำมาเกาะบนกำแพง และทำให้ภาพวาดเสียหาย ซึ่งรายการโทรทัศน์ของประเทศไทยรายการสุดท้าย ที่ได้เข้าไปถ่ายทำคือรายการ” ชีพจรลงเท้า ” นั่นเอง **

สุดท้ายนี้หากท่านนักสะสมหรือผู้สนใจต้องการชมผลงานใน collection ของ The Arts Club Bangkok ท่านสามารถชมได้ที่ร้านค้าของเพจหรือกดที่ลิงค์นี้ครับ www.facebook.com/theartsclubbangkok/shop
และเนื่องจากทางเราไม่ได้ลงผลงานศิลปะใน collection ทุกชิ้น ในร้านค้าของเพจ หากท่านสนใจงานศิลปะของศิลปินท่านอื่นๆนอกเหนือจากที่ได้ชมในร้านค้าของเพจ ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเข้าชมผลงานได้ที่หมายเลข 092 617 8208
#Art #Painting #ศิลปะ #ถวัลย์ดัชนี
#ArtGallery #The_Arts_Club_Bangkok